นิทานเรื่องช้างมหิฬามุข
อะตีเต พาราณสิยัง พรหมะทัตตะรัญโญ ฯ ล ฯ อะโหสิ ฯ กิระ ดังได้ฟังมาในกาลที่ล่วงไปว่า ยังมีมงคลหัตถีตัวหนึ่งชื่อว่า มหิฬามุข มีหน้าเหมือนช้างพัง มีรูปงาม เป็นช้างพระที่นั่งของพระยาพรหมทัต เจ้าเมืองพาราณสี ช้างนั้นมีกิริยาดี ไม่ดุร้ายเบียดเบียนผู้หนึ่งผู้ใด ครั้นล่วงกาลนานมา โจรทั้งหลายก็พูดกันด้วยวาจาอันเป็นพาลว่า ให้ฆ่าประหารเจ้าของบ้านชิงเอาทรัพย์ พบปะใครเดินมีของแล้ว ก็ฆ่าตีให้ตายจะได้ข้าวของมาแจกกัน โจรทั้งหลายมาพูดกันทุกๆ วัน ช้างนั้นก็สำคัญว่าสอน ช้างที่มีใจอ่อน ก็กลับแกล้วแกล้าฆ่าหมอควาญ ประหารผู้อื่นให้ตาย มีจิตดุร้ายหยาบคายยิ่งนัก พระราชาจึงรับสั่งให้พระโพธิสัตว์เจ้าไปพิจารณาว่า ช้างของเราไม่เคยร้ายแต่ก่อนมา บัดนี้มีใจแกล้วกล้าฆ่ามนุษย์ให้ถึงซึ่งความตาย ฯ โพธิสัตโต ฝ่ายพระโพธิสัตว์เจ้ารับพระราชโองการแล้ว ก็ไปสู่โรงช้างอันใจกล้าถามหาซึ่งเหตุ ก็รู้ว่าโจรทั้งหลายมาประชุมกันพูดจา ช้างนั้นจึงมีใจอันแกล้วกล้าดุร้าย พระโพธิสัตว์เจ้า เมื่อรู้ชัดจึงไปทูลแด่พระมหากษัตริย์ให้ทรงทราบว่า ช้างนั้นดุร้ายด้วยสัญญาในโจรกถา ถ้าให้สมณพราหมณ์ไปกล่าวธรรมสากัจฉา พญาช้างก็จะหยุดหายดุร้ายกลายเป็นช้างดี ฯ ตัง สุตตะวา ราชา พระยาได้ทรงฟัง จึงมีรับสั่งให้กระทำเหมือนดังนั้นทุกประการ สมณพราหมณาจารย์ก็พากันไปกล่าวธรรมกัจฉา พญาช้างได้ฟังธรรมะเทศนา ก็เสื่อมจากความดุร้ายกลายเป็นช้างดี นิทานนี้มาในชาดก ฯ ยังมีนิทานอีกเรื่องหนึ่งว่า